ปรับปรุงล่าสุด

ขับเคลื่อนโดย Blogger.
รู้มั้ยว่าประเทศแถบตะวันตกที่ประชากรดื่มนมมากๆ กินวิตามินดีก็เยอะ กลับเป็นประเทศที่มีอัตราคนป่วยเป็นโรคกระดูกพรุนสูงกว่าคนเอเชียบ้านเราด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุผลทางกายภาพที่ว่าอาหารในโซนเอเชียมีองค์ประกอบของแคลเซียมอยู่เต็มไปหมด และบ้านเรามีแดดมากกว่า ทำให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินดีได้ ซึ่งวิตามินดีเปรียบเสมือนฮอร์โมนที่นำแคลเซียมเข้าไปเสริมกระดูกได้ ดังนั้นการที่เรารับประทานเนื้อสัตว์และผักอยู่แล้ว โอกาศขาดแคลเซียมจึงน้อย แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าร่างกายจะนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพได้แค่ไหนต่างหาก

ธรรมชาติได้ออกแบบมาแล้วว่านมเหมาะสำหรับเด็กไม่เกิน 3 ขวบ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ เมื่อลูกโตจนหย่านมได้ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องกินนมต่อแต่อย่างไร มีแต่มนุษย์เท่านั้นที่อุตริกินนมจนแก่  อีกทั้งยังไม่มีผลพิสูจน์เลยว่าการให้แคลเซียมเสริมกับผู้ใหญ่หรือคนอายุเกินวัยรุ่นแล้ว จะช่วยเสริมกระดูกให้แข็งแร็งจริงๆ

ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยฮาร์วาด์เคยศึกษาวิจัยเรื่องนม ข้อมูลสรุปตามนี้
ทดลองกับผู้หญิงจำนวน 78,000คน ในปี 1997 โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือกลุ่มที่ได้แคลเซียมจากผลิตภัณฑ์นม และกลุ่มที่ได้รับแคลเซียมจากอาหาร และนี้คือผลสรุปจากการทดลอง
กลุ่มที่ได้รับแคลเซียมจากผลิตภัฑ์นมเป็นหลัก มีโอกาสกระดูพรุนมากกว่าอีกกลุ่มที่ได้รับแคลเซียมจากอาหารอื่นๆ โดยสองกลุ่มถูกควบคุมตัวแปร โดยการได้รับปริมาณแคลเซียมที่เท่ากันในแต่ล่ะวัน

จากผลการวิจัยดังกล่าวสรุปว่ากินนมเพื่อให้ได้รับแคลเซียม นอกจากไม่ได้ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนแต่อย่างใด หนำซ้ำยังอาจจะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคกระดูกพรุนได้อีกด้วย  สิ่งนี้หลายๆคนยังไม่เคยได้ยิน ได้ยินก็เพียงแต่ว่ากินนมมากๆแล้วดี จะทำให้กระดูกแข็งแรงเพราะเป็นเรื่องผลประโยชน์ของบริษัทที่ขายผลิตภัณฑ์นม

การป้องกันโรคกระดูกพรุนสามารถทำได้ง่ายๆในชีวิตประจำวันดังนี้
  • ให้ร่างกายได้รับแสงแดด เพราะวิตามินดีซึ่งเปรียบเสมือนฮอร์โมนในการนำแคลเซียมไปสร้างกระดูกนั้นได้จากการสังเคราะห์ของร่างกายจากการโดนแสงแดด หากได้รับแต่แคลเซียมแต่ไม่มีวิตามินดีร่างกายก็ไม่สามารถที่จะนำแคลเซียมไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • แคลเซียมจากสัตว์ มีนักวิจัยชาวเดนมาร์กพบว่าการดูดซึมแคลเซียมจากปลาตัวเล็กๆ ทั้งกระดูกให้ผลใกล้เคียงหรือด้อยกว่านมเล็กน้อย ในบ้านเราก็กินพวกปลาเล็กปลาน้อยที่มีขายทั่วๆไป เสริมแคลเซียมดีนักแล
  • แคลเซียมจากผักใบเขียว ที่แนะนำคือคะน้า กวางตุ้ง ขี้เหล็ก ตำลึง บัวบก ถั่วพู เพราะมีปริมาณแคลเซียมสูง แต่มีออกซาเลตซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดนิ่วต่ำ
  • รับประทานโปรตีนจากพืช และสัตว์ในอัตราส่วนที่เหมาะสม โดยโปรตีนจากสัตว์มีฟอสเฟตสูงทำให้เลือดเป็นกรดเป็นผลเสียต่อกระดูก ส่วนโปรตีนจากพืชมีความเป็นด่าง มีสารต้านอนุมูลอิสระที่และฮอร์โมนเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
  • ออกกำลังกาย การออกกำลังกายจะเป็นการกระตุ้นให้กระดูกมีปฏิกริยาตอบโต้โดยการสร้างความแข็งแรงเพิ่มขึ้น ดังนั้นการเล่นกีฬาทุกชนิดเช่นการยกน้ำหนัก การเดิน หรือการวิ่ง ล้วนมีประโยชน์ต่อความแข็งแกร่งของกระดูก

By Teetach maythaphon


0 comments

แสดงความคิดเห็น

.

Categories

กรดโฟลิค กระเทียม กระเพาะปัสสาวะอักเสบ กระเพาะอาหารอักเสบ กลูโคซามีน กลูต้าไธโอน เกร็กคู ข้อเสื่อม ข่าวสาร คอลลาเจน คู่มืออาหารเสริม เคยรู้มั้ย แคลเซียม โครเมียม โคเอมไซม์ ชาเขียว ตกขาว ท้องผูก ท้องเสีย นมวัว นอนไม่หลับ น้ำมันปลา บำรุงกระดูก บำรุงผิว บำรุงสมอง บำรุงสายตา บำรุงหัวใจ เบตาแคโรทีน แบล็คโคโฮส ไบโอฟลาโวนอยด์ โปแตสเซียม โปรไบโอติก โพลีโคซานอล โพลีฟีนอล ไฟเบอร์ มะนาว มะเร็ง มะเร็งลำไส้ใหญ่ เมลาโทนิน เมาค้าง ใยอาหาร โรคภูมิแพ้ ลดน้ำหนัก ลำไส้อักเสบเรื้อรัง ลูทิน เลซิติน ไลโคพีน ไลซีน วัยทอง วิตามินซี วิตามินดี วิตามินบี วิตามินอี วิตามินเอ เวเลอเรี่ยน สมาธิสั้น สมุนไพร สังกะสี สารสกัดจากจมูกถั่วเหลือง สารสกัดจากเมล็ดองุ่น สุขภาพน่ารู้ โสมเกาหลี หอบหืด เหล็ก อนุมูลอิสระ อัลไซเมอร์ อัลฟ่าไลโปอิค อีฟนิ่งพริมโรส แอนติออกซิแดนต์ betaglucan Black cohosh Blackmores Cetaphil cosanol DHA ezerra cream L-Arginine L-Citrulline Magnesium MaxxLife megawe care policosanal Probac7 RealElixir Silky Colla Tea tree oil TS6 Probiotic watercress ze-oil

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม