ปรับปรุงล่าสุด

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

ป้องกันโรคกระเพราะอาหารอักเสบด้วยอาหารเสริมโปรไบโอติก (Probiotic)

Posted by ปังคุง กับเจม วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
กระเพาะอาหารอักเสบ หมายถึง การอักเสบของเยื่อบุกระเพาะอาหาร เพียงบางส่วนหรือบางบริเวณเท่านั้น แบ่งเป็นประเภทต่างๆ ดังนี้
  • โรคกระเพาะอาหารอักเสบชนิดเยื่อบุกร่อน (Erosive gastritis)
  • โรคกระเพาะอาหารอักเสบชนิดเรื้อรัง (Chronic-Nonerosive gastritis)
  • โรคกระเพาะอาหารอักเสบชนิดจำเพาะ (Specific types of gastritis)

โรคกระเพาะอาหารอักเสบชนิดเยื่อบุกร่อน (Erosive gastritis)

หมายถึง ภาวะที่เยื่อบุกระเพาะอาหารมีลักษณะแดงและกร่อน เป็นแผลตื้นๆ หลายแห่ง อาจมีภาวะ
เลือดออก จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า โรคกระเพาะอาหารอักเสบชนิดเลือดออก (Hemorrhagic gastritis) มักมีสาเหตุมาจาก
  • (พบร่วมกับ) โรคตับแข็งที่มีภาวะความดันในหลอดเลือดดำตับสูง (portal hypertension)
  • ยา โดยเฉพาะยาแอสไพริน และยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID)
  • แอลกอฮอล์
  • ภาวะที่ร่างกายมีอาการเครียดอย่างเฉียบพลัน เช่น การบาดเจ็บรุนแรงจากอุบัติเหตุ ไฟไหม้ น้ำร้อนลวกรุนแรง ภาวะไตวาย ตับวาย ภาวะช็อก หรือการผ่าตัด เป็นต้น

โรคกระเพาะอาหารอักเสบชนิดเรื้อรัง (Chronic-Nonerosive gastritis)

  • ชนิดเอ จะมีความผิดปกติตรงส่วนต้น (Fundus) ของกระเพาะอาหาร มีสาเหตุจากปฏิกิริยาภูมิต้านทานตัวเอง หรือออโตอิมมูน(Autoimmune) มักมีภาวะโลหิตจางจากการขาดวิตามินบี 12 ร่วมด้วย เนื่องจากไม่สามารถดูดซึมวิตามินชนิดนี้ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร
  • ชนิดบี จะมีความผิดปกติตรงส่วนปลาย (Antrum) ของกระเพาะอาหาร แต่ก็อาจลุกลามไปทั่วกระเพาะ มีสาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรียแกรมลบ ชื่อ เฮลิโคแบกเตอร์ไพโลไร หรือเอชไพโลไร (Helicobacter pyroli : H.pyroli) โดยที่เชื้อนี้สามารถติดต่อได้จากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีการปน เปื้อนของเชื้อ แล้วเข้าไปฝังตัวอยู่ใต้เยื่อบุผิวกระเพาะอาหาร
โรคกระเพาะอาหารเรื้อรังจากเชื้อชนิดนี้ มีความสัมพันธ์กับการเกิดแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้นหรือแผลเพ็ป ติก และยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารอีกด้วย

โรคกระเพาะอาหารอักเสบชนิดจำเพาะ (Specific types of gastritis)

หมาย ถึง โรคกระเพาะอาหารอักเสบที่พบร่วมกับโรคต่างๆ เช่น
  • การติดเชื้อรา หรือเชื้อไวรัสในผู้ป่วยเอดส์
  • การติดเชื้อวัณโรค ซิฟิลิส หรือพยาธิ การถูกสารเคมี

อาการและอาการแทรกซ้อน

  • โดยทั่วไป ผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหารอักเสบจะมีอาการปวดจุกแน่นบริเวณใต้ลิ้นปี่ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร และในบางรายอาจมีอาการท้องเดินร่วมด้วย
  • ผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหารอักเสบชนิดเยื่อบุกร่อน อาจมีอาการอาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายดำ และอาจมีอาการปวดท้องร่วมด้วย มักมีประวัติการรับประทานยา ดื่มเหล้า หรือมีภาวะเครียดก่อนมีเลือดออก
  • ผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการแสดง จนกว่าจะเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เลือดออก โลหิตจาง แล้วจึงตรวจพบจากการใช้กล้องส่องตรวจกระเพาะอาหาร (Gastroscope)
  • ผู้ป่วยประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์จะมีเลือดออกร่วมด้วย และจะหายไปเมื่องดยาและเหล้า มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่มีเลือดออกมากจนต้องให้เลือด ผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรังอาจจะทำให้มีโอกาสเป็นแผลเพ็ปติกหรือมะเร็ง กระเพาะอาหารต่อไป

การรักษา

  • หากมีอาการจุกเสียดแน่นท้องแบบอาการอาหารไม่ย่อย ให้ยาลดกรด ถ้าจุกแน่นมากหรือคลื่นไส้อาเจียน ให้เมโทโคลพราไมด์ร่วมด้วย
  • ถ้ามีการแสบท้องหรือปวดท้องเวลากลางคืน หรือมีประวัติการรับประทานยาแอสไพริน หรือยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ให้ยาลดกรดร่วมกับยาลดการสร้างกรดนาน 2 สัปดาห์ หากอาการดีขึ้นก็รับประทานต่อไปจนครบ 6-8 สัปดาห์
  • หากผู้ป่วยมีอาการอาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายดำ ควรนำส่งไปโรงพยาบาล หรือมีอาการหน้ามืด เป็นลม หรือช็อก ควรนำส่งโรงพยาบาลทันที ในกรณีที่มีการเสียเลือดมาก อาจต้องให้เลือดและตรวจหาสาเหตุโดยใช้กล้องส่องตรวจกระเพาะลำไส้ (Endoscope) เอกซเรย์กระเพาะลำไส้โดยการกลืนแป้งแบเรียม แล้วรักษาตามสาเหตุที่พบ
  • ในกรณีของผู้ป่วยที่รับประทานยาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือเป็นแผลเรื้อรัง หรือมีน้ำหนักลด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติมโดยการใช้กล้องส่องตรวจกระเพาะลำ ไส้ การตัดเนื้อเยื่อบุกระเพาะออกพิสูจน์ (Biopsy) แล้วรักษาตามสาเหตุที่พบ
ในกรณีที่เป็นกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรังจากเชื้อเฮลิโคแบกเตอร์ไพ โลไร (เอชไพโลไร) จะให้ยาปฏิชีวนะกำจัดเชื้อ เมื่อพบว่ามีแผลที่กระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้นร่วมด้วย

การป้องกันโรคกระเพาะอาหารอักเสบด้วยโปรไบโอติก

มีการศึกษาที่พบว่าโปรไบโอติกสามารถที่จะยับยั้งการเกาะติดของ เชื้อ H.pylori ที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบกับผนังลำไส้ได้ นอกเหนือจากนั้นโพรไบโอติกยังสามารถช่วยลดผลข้างเคียงของการใช้ยาปฏิชีวนะใน ระหว่างการรักษาเพื่อฆ่าเชื้อ H.pylori โดยพบว่าอัตราการฆ่าเชื้อ H.pylori (eradication rate) สูงอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มที่ได้รับโพรไบโอติกร่วมด้วยเมื่อเทียบกับการได้ รับการรักษาแบบ triple therapy อย่างเดียว

0 comments

แสดงความคิดเห็น

.

Categories

betaglucan Black cohosh Blackmores Cetaphil cosanol DHA ezerra cream L-Arginine L-Citrulline Magnesium MaxxLife megawe care policosanal Probac7 RealElixir Silky Colla Tea tree oil TS6 Probiotic watercress ze-oil กรดโฟลิค กระเทียม กระเพาะปัสสาวะอักเสบ กระเพาะอาหารอักเสบ กลูต้าไธโอน กลูโคซามีน ข่าวสาร ข้อเสื่อม คอลลาเจน คู่มืออาหารเสริม ชาเขียว ตกขาว ท้องผูก ท้องเสีย นมวัว นอนไม่หลับ น้ำมันปลา บำรุงกระดูก บำรุงผิว บำรุงสมอง บำรุงสายตา บำรุงหัวใจ มะนาว มะเร็ง มะเร็งลำไส้ใหญ่ ลดน้ำหนัก ลำไส้อักเสบเรื้อรัง ลูทิน วัยทอง วิตามินซี วิตามินดี วิตามินบี วิตามินอี วิตามินเอ สมาธิสั้น สมุนไพร สังกะสี สารสกัดจากจมูกถั่วเหลือง สารสกัดจากเมล็ดองุ่น สุขภาพน่ารู้ หอบหืด อนุมูลอิสระ อัลฟ่าไลโปอิค อัลไซเมอร์ อีฟนิ่งพริมโรส เกร็กคู เคยรู้มั้ย เบตาแคโรทีน เมลาโทนิน เมาค้าง เลซิติน เวเลอเรี่ยน เหล็ก แคลเซียม แบล็คโคโฮส แอนติออกซิแดนต์ โครเมียม โคเอมไซม์ โปรไบโอติก โปแตสเซียม โพลีฟีนอล โพลีโคซานอล โรคภูมิแพ้ โสมเกาหลี ใยอาหาร ไบโอฟลาโวนอยด์ ไฟเบอร์ ไลซีน ไลโคพีน

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม